เปิดความเลื่อมใส อาถรรพณ์วังน้ำวน หน้าวัดพนัญเชิง

วันนี้ aorest ร้านพวงหรีด เสนอเรื่องจากกรณีเรื่องราวเรือล่ม บริเวณท่าน้ำวัดพนัญเชิงวรำไพหาร จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ซึ่งมีความเชื่อว่าจุดดังที่ได้กล่าวมาแล้ว เป็นจุดบรรจบของแม่น้ำใหญ่ทั้งยัง 2 สายเป็นแม่น้ำเจ้าพระยา แล้วก็แม่น้ำป่าสัก ซึ่งเมื่อแม่น้ำทั้งยัง 2 สายมาบรรจบกัน กำเนิดเป็นวังน้ำวน มีกระแสน้ำไหลแรงแรง ประกอบกับถ้าเกิดมีฝนตกมาก หรือฤดูน้ำหลาก จุดนี้ก็จะเป็นจุดอันตราย ทำให้ก่อนหน้าที่ผ่านมาบริเวณนี้เกิดเหตุเรือล่มหลายครั้ง ซึ่งหากแม้จะมีการคาดคะเนถึงต้นเหตุที่ทำให้มีการเกิดอุบัติเหตุ แต่ว่าก็ไม่สามารถที่จะปฏิเสธได้เลยว่ายังมีเรื่องราวเกี่ยวกับความเชื่อของประชาชนที่เชื่อว่าจุดดังที่ได้กล่าวมาแล้วเป็นจุดอาถรรพณ์ด้วย

สำหรับเรื่องราวของอาถรรพณ์วังน้ำวนนี้ มีความเชื่อว่าจุดดังที่ได้กล่าวมาแล้วเป็นจะมีถ้ำใต้น้ำอยู่ ถ้าเกิดเรือผ่านตอนน้ำวนนี้ จึงควรจุดธูปบอก เป็นการขอผ่านทางให้สิ่งศักดิ์ช่วยคุ้มครองป้องกัน เรือก็จะสามารถผ่านบริเวณจุดนี้ไปได้อย่างปลอดภัย

นายกฤษฎา บัวรังษี หัวหน้ากลุ่มงานท่องเที่ยว สำนักงานการท่องเที่ยวแล้วก็กีฬาจังหวัดอยุธยา ได้กล่าวถึงเรื่องของถ้ำใต้น้ำวัดพนัญเชิงฯ ในรายการโหนกระแส ช่วงวันที่ 4 เดือนตุลาคม 2564 ระบุว่า

ความเชื่อเกี่ยวกับวัดพนัญเชิงฯ นั้น คนภายในพื้นที่เล่าต่อๆกันมาว่า เวลาไหว้หลวงพ่อโต พระพุทธรูปในพระอุโบสถ วัดพนัญเชิงฯ เมื่อเอาหูแนบพื้น ก็จะได้ยินเสียงราวกับมีโพรง หรือว่าถ้ำอยู่ด้านล่าง ก็เลยเชื่อกันว่าด้านล่างมีถ้ำ แล้วก็มีโพรงจระเข้ใหญ่อยู่ด้านล่าง ซึ่งในเรื่องนี้เป็นความเชื่อที่มาในรูปแบบของความเป็นสิริมงคล โชคลาภ ไม่ได้เป็นความเชื่อว่าจะมีผู้ใดเสียชีวิตนั่น

แล้วก็เมื่อกล่าวถึงวัดพนัญเชิงฯ แล้ว ยังมีหนึ่งเรื่องเล่าที่เกี่ยวข้องกับวัดพนัญเชิงฯ เป็นเรื่องของพระนางสร้อยดอกหมาก โดยปรากฎในพงษาวดารเหนือ ที่ได้มีการกล่าวถึงพระนางสร้อยดอกหมาก ไว้ในเรื่องของพระเจ้าสายน้ำผึ้งว่า

พระนางสร้อยดอกหมาก เป็นพระลูกสาวบุญธรรมของพระเจ้ากรุงจีน ประสูติจากจั่นหมาก พระเจ้ากรุงจีนได้ทรงยกพระราชธิดาของพระองค์ให้เป็นพระอัครมเหสีของพระเจ้าสายน้ำผึ้ง โดยทั้งยัง 2 เข้าพิธีการอภิเษกกัน ก่อนที่จะพระเจ้ากรุงจีนจะทรงจัดสำเภาให้พระเจ้าสายน้ำผึ้ง แล้วก็พระนางสร้อยดอกหมากได้เสด็จกลับกรุงศรีอยุธยา

เมื่อเดินทางมาถึงกรุงศรีอยุธยา พระเจ้าสายน้ำผึ้งได้เสด็จเข้าพระราชวังก่อน แล้วก็ส่งคนรับมาพระนางสร้อยดอกหมากเข้าพระราชวัง แต่ว่าพระนางสร้อยดอกหมากนั้น ต้องการให้พระเจ้าสายน้ำผึ้งมารับด้วยพระองค์เองเมื่อมองไม่เห็นพระองค์ก็เลยไม่ยินยอมเสด็จ ประกอบกับที่พระเจ้าสายน้ำผึ้งได้ทรงพูดหยอกเย้าในเชิงว่าไม่มาก็อยู่ที่นี่ พระนางกำเนิดความเข้าใจผิด แล้วก็ความน้อยพระทัย ก็เลยทรงกลั้นพระทัยจนสวรรคต พระเจ้าสายน้ำผึ้งก็เลยโปรดฯ ให้สร้างศาลขึ้นเพื่อนึกถึงพระนางสร้อยดอกหมากที่จากไป

สำหรับ ศาลพระนางสร้อยดอกหมาก หรือศาลเจ้าแม่สร้อยดอกหมาก ตั้งอยู่ภายในบริเวณวัดพนัญเชิงฯ จังหวัดอยุธยา ซึ่งเป็นอีกหนึ่งสถานที่ที่ผู้คนนิยมไปขอพรในเรื่องต่างๆทั้งยังขอพรความรัก งานการ การบรรลุผล แล้วก็ทรัพย์สิน

เศษเงินพระเจ้า! “ซลาตัน” จัดเฟอร์รารี Sf90 Stradale เป็นของขวัญวันเกิดปีที่ 40

ช่วงวันที่ 3 ต.ค.ที่ผ่านมา เป็นวันเกิดปีที่ 40 ของนักฟุตบอลสมญานาม “พระผู้เป็นเจ้า” ซลาตัน อิบราฮิโมวิช ศูนย์หน้าจอมเก๋าชาวประเทศสวีเดน และก็เนื่องในวันเกิดของเขา เขาจึงจับจ่ายซื้อของขวัญพิเศษให้กับตัวเอง


โดยของขวัญชิ้นดังที่กล่าวมาข้างต้นก็คือ รถกำลังไฟฟ้า-ไฮบริด สีทอง “เฟอร์รารี Sf90 Stradale” มูลค่า 4 แสนปอนด์ (ราว 18.4 ล้านบาท) โดยรถยนต์คันนี้ สามารถทำความเร็วได้ 320 กม.ต่อชั่วโมง ซึ่งเขาได้โพสต์ภาพของรถยนต์คันนี้ ลงในอินสตาแกรม iamzlatanibrahimovic พร้อมแคปชั่น “Happy Birthday to Zlatan”

ถ้าย้อนกลับไปในปีที่ผ่านมา แข้งประเทศสวีเดนรายนี้ ก็ได้รถยนต์คันใหม่ ด้วยรถปอร์เช่ 911 Targa 4S Heritage Design Edition สีแดง รวมทั้งเมื่อ 2 ปีที่แล้ว เขาก็ได้ใช้เงิน 1.4 ล้านปอนด์ (64 ล้านบาท) สำหรับการซื้อรถยนต์ FERRARI MONZA SP2 รุ่นหายากมาครอง

ไม่เพียงเท่านั้น ในคอลเลคชั่นรถหรูของเขา ยังมี Lamborghini Urus SUV, Ferrari Enzo, Audi S8, Lamborghini Gallardo, Maserati GranTurismo และก็ Porsche 918 Spyder มูลค่ารวมหลายร้อยล้านบาท

ปัจจุบัน ซลาตัน ในวัย 40 ปี ยังสังกัด เอซี มิลาน ที่อิตาลี โดยปีที่แล้ว เขายิงไป 17 ประตู จาก 27 นัดหมาย และก็ในปีนี้ ยิงไป 1 ประตู จากการลงสู่สนาม 1 เกม โดยรับค่าจ้างจากอสุรกายแดง-ดำอยู่ที่ 7 ล้านยูโรต่อปี หรือราว 275 ล้านบาท

การปรากฏอันตราย จันทรคราส ปะทะ สุริยุปราคา

วันนี้ aorest ร้านขายพวงหรีด จะพาทุกคนมาเตรียมรับมือ วันดับดวง! โดย อ.นิติกฤตย์ พึ่งจะไหว้รับดาวพฤหัสย้ายไปเมื่อปลายเดือนก่อนหน้านี้ที่ผ่านมา ขอบารมีดาวพฤหัสดาวแห่งความดีงามความรู้ช่วยน้ำพาชีวิตให้แต่ว่าความสำราญการบรรลุผล แต่เท่านั้นคงจะยังไม่เพียงพอ เพราะว่าวันที่ 19 พฤศจิกายนนี้จะกำเนิด “จันทรคราส” หรือ ราหูอมจันทร์ , ราหูอมจันทร์ เป็นวันดับดวง ซึ่งเชื่อกันว่า ชอบเกิดเหตุการณ์รุนแรงหายนะ กับชีวิตแล้วก็บ้านเมือง

ยิ่งปีนี้เป็นปีที่เกิดการปรากฏ จันทรุปรา ถึง 2 ครั้ง แล้วก็สุริยเคราะห์ 2 ครั้ง ความแรงก็ยิ่งทวีคูณ นับเป็นการปรากฏด้านโหราศาสตร์ที่น่าจับตา

การเกิดจันทรคราส หรือ ราหูอมจันทร์ เกิดขึ้นเมื่อ พระอาทิตย์ โลก แล้วก็ดวงจันทร์ เรียงอยู่ในแนวเดียวกันพอดิบพอดี จันทรคราส จะเกิดขึ้นเฉพาะในคืนวันขึ้น 15 ค่ำ 15 เย็น หรือคืนวันพระจันทร์เต็มดวง โดยโลกจะอยู่กึ่งกลางระหว่างพระอาทิตย์แล้วก็ดวงจันทร์ ดาวอาทิตย์แล้วก็ดาวจันทร์ เล็งกัน 180 องศา หรืออยู่ตรงข้ามกันพอดิบพอดี ดวงจันทร์โคจรผ่านไปในเงาของโลก พวกเราก็เลยเห็นดวงจันทร์หายไปในเงามืดอีกทั้งดวงหรือนิดหน่อยก็ได้

สำหรับจันทรุปราที่จะเกิดขึ้นในวันที่ 19 พฤศจิกายน 2564 เป็นการกำเนิดจันทรคราสนิดหน่อย ในประเทศไทยรอบๆซึ่งสามารถเห็น ดังเช่น ภาคอีสาน ด้านทิศตะวันออกของภาคกึ่งกลาง ภาคทิศตะวันออก แล้วก็ด้านทิศตะวันออกของภาคเหนือ โดยจะเริ่มกำเนิดตั้งแต่เวลา 14:18:41 – 19:03:41 แต่ว่าจุดที่มีอิทธิพลที่สุด เป็นตอนที่เงาจันทร์เข้าไปลึกที่สุดเป็น 16:02:54

ในด้านของโหราศาสตร์ จันทรคราส มีความเชื่อเหมือนกันกับการเกิดสุริยเคราะห์ โดยเชื่อว่า “ราหูอมจันทร์” ซึ่งจะนำความย่อยยับ แล้วก็ภัยพิบัติมาสู่โลก ในตอนที่มีคราส(ราหูอมจันทร์) คราสจะเป็นจุดควบคุมของสวรรค์ รีบการเปลี่ยนแปลงให้เป็นไปตามวิถีแห่งกรรม ด้วยเหตุดังกล่าว พวกเราชอบพบว่า มีสถานะการณ์รุนแรง ความปั่นป่วน หรือ จุดแปลงสำคัญอีกทั้งดีแล้วก็ร้ายในชีวิตเกิดขึ้น ในช่วงใกล้ๆอีกทั้งก่อนแล้วก็หลัง หรือ ระหว่างการเกิดคราส

ผลพวงจากคราส มิได้กำเนิดเสมอกันทุกคน คนไหนกันที่สั่งสมกรรมดีมาตลอด เมื่อกำเนิดคราสกุศลผลแล้วก็บุญก็จะเกื้อเรื่องเลวร้ายทั้งหลายจะน้อยลง ในทางตรงกันข้ามคนไหนกันที่ทำปาบชั่วช้า คราสจะยิ่งซ้ำๆตอกย้ำซ้ำเติมโชคเคราะห์ในห่วยแตกลง โดยเฉพาะผู้ที่มีดวงกำเนิดทำมุมสำคัญกับจุดที่เกิดคราส , ผู้ที่มีดวงจันทร์ แล้วก็ พระอาทิตย์ อยู่ในโชคเคราะห์ ก็ยิ่งมีผลเสียทวีคูณ

มิหนำซ้ำวันที่ 4 ธันวาคม 2564 นี้ ก็ยังกำเนิดการปรากฏ “สุริยเคราะห์” อีก ก็ยิ่งเป็นการตอกย้ำซ้ำเติมถึงมหาภัยที่จะเกิดขึ้นกับชีวิตแล้วก็ดวงเมือง แล้วก็การเกิดสุริยเคราะห์ครั้งนี้ เป็นการกำเนิดแบบเต็มดวง ย่อมมีผลเสียเต็มๆอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

ในระยะเวลาต่อไปนี้จนกระทั่งวันที่ 4 ธันวาคม 2564 ขอให้ทุกคนหมั่นสร้างบุญสร้างกุศล สวดมนต์ไหว้พระ แผ่ส่วนบุญส่วนกุศลไปยังสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่คุ้มกันดูแลปกป้องโชคเคราะห์ แล้วก็ปกป้องบ้านเมือง ขอให้ปฏิบัติอย่างเร่งด่วนอย่าได้ขาดเพราะว่าผลพวงในครั้งนี้ จะส่งผลไปถึงโชคเคราะห์ปี 2565

โดยเฉพาะในระยะเวลาแห่งการเกิดจันทรคราส แล้วก็ สุริยเคราะห์ ขอให้ทุกคนตั้งมั่นสวดมนต์ไหว้พระเพื่อเสริมสร้างบารมี เริ่มจากบทสวดมนต์ที่ทุกคนเคยสวดบ่อยๆ แล้วก็จบท้ายด้วยบทสวดมนต์สอนเจ้ากรรมนายเวร ซึ่งเป็นพุทธมนต์ปาฏิหาริย์ บำบัดทุกข์ได้ด้วยตัวท่านเอง สามารถพลิกชีวิตใครต่อใครมาล้นหลาม จักหนุนนำให้เวรที่ประจำตัวมาคลี่คลายเบาบางลง

โดยในวันที่ 4 เดือนตุลาคมนี้ อาจารย์นิติกฤตย์ คำเล่าลือศรีวรนันท์ ผู้ที่มีความชำนาญศาสตร์พลังตัวเลข ได้จัดพิธีการ บวงสรวงออนไลน์ ท้าวเวสสุวรรณ ปกป้องโชคเคราะห์ รอดพ้นภัย สามารถเข้าร่วมพิธีการเหมาะ เพจเบอร์รับโชค(นิติกฤตย์ คำเล่าลือศรีวรนันท์) แล้วก็ติดตามเหมาะ Sanook

สำหรับท้าวเวสสุวรรณ หรือ ท้าวกุเวร นั้น เป็นอธิบดีแห่งอสูรย์ (ยักษ์) แล้วก็เป็นเจ้าแห่งผี เป็นเลิศในบรรดาท้าวจตุๆโลกบาลอีกทั้งสี่ ผู้คุ้มกันแล้วก็ดูแลโลกมนุษย์ สถิตอยู่บนสวรรค์ชั้นจาตุๆมหาราชิกา ทรงอิทธิฤทธิ์ทรงอานุภาพล้นหลาม สำหรับชาวจีนท้าวเวสสุวรรณก็คือ องค์ไฉ่สิงเอี้ย หรือเทวดาแห่งโชคลาภ การบูชาท้าวเวสสุวรรณ ก็เลยเป็นการปกป้องโชคเคราะห์แล้วก็เพิ่มพูนเงินเงินทอง

มูลเหตุหรือไม่! สื่อน้ำหอมเผยภาพ “3 หน้าแข้งเปแอสเช” ฉลองปาร์ตี้ก่อนพ่ายแพ้แรนส์

แปลงเป็นผลจากการแข่งขันที่จำต้องบอกว่าเกินจริงทีเดียวเมื่อ กรุงปารีส แซงต์-แชร์กแมง ชมรมยักษ์ใหญ่แห่งลีกเอิง ประเทศฝรั่งเศส พลาดท่าบุกไปแพ้ให้กับ แรนส์ 0-2 กลุ่มอันดับ 14 ของตาราง ที่สนาม รัวซง ปาร์ค เมื่อวันอาทิตย์ที่ 3 เดือนตุลาคม ก่อนหน้านี้

โดยนับว่าเป็นความพ่ายแพ้นัดแรกของกลุ่มดังจากเมืองหลวง ทั้งๆที่ก่อนหน้าที่ผ่านมาพวกเขาเดินหน้ากระหน่ำคู่แข่งขันเป็นว่าเล่นปัดกวาดชัยมาตลอดนับตั้งแต่เปิดฤดู 8 เกมติดต่อกัน เรียกได้ว่าโกยแต้มไปๆมาๆกถึง 24 แต้มอย่างรวดเร็ว แถมเกมนี้พวกเขายังทำสถิติยิงไม่เข้ากรอบเลยแม้แต่ครั้งเดียว

แม้กระนั้นความพ่ายแพ้ในเกมนี้มันดันมีข้อความสำคัญขึ้นมาหลังมีภาพของนักเตะของกลุ่ม 3 ราย นำโดย เนย์มาร์, มาร์หรูหรา แวร์รัตติกาล และก็ คีลิยัน เอ็มบัปกระเป๋า ที่ได้เดินทางไปร่วมงานงานเลี้ยงสังสรรค์วันเกิดของ ซินดี้ บรูน่า นางแบบสาวคนมีชื่อเสียงชาวประเทศฝรั่งเศส เมื่อคืนวันศุกร์ก่อนหน้านี้

แถมสื่อหลายสำนักยังรายงานไปคล้ายกันว่า หน้าแข้งทั้งสามรายได้งานเลี้ยงประเภทสุดฤทธิ์ร่วมกันตลอดทั้งคืนที่ห้องอาหารสุดหรู Trattoria กลางเมืองกรุงปารีส ร่วมกับ ลูอิส แฮมิลตัน ยอดนักขับฟอร์มูล่า วัน แชมป์โลก 7 ยุค ที่ก็ได้รับเชิญให้มาร่วมงานเช่นกัน

นอกจากนี้ยังมีกล่าวว่า ลิโอเนล เมสซี่ แนวรุกกลุ่มชาติอาร์เจนว่ากล่าวน่า ที่พึ่งย้ายมาใช้ชีวิตที่กรุงปารีส หลังเซ็นสัญญาร่วมกลุ่ม เปแอสเช ก็ได้รับคำชักชวนให้ไปร่วมงานงานเลี้ยงดังที่ได้กล่าวมาแล้วข้างต้นเช่นกัน แม้กระนั้นตัวของ ตัวรุกวัย 34 ปี ได้ปฏิเสธที่จะไปร่วมงานโดยบอกเหตุผลว่าติดธุระเรื่องอื่นที่จำต้องทำก่อนแล้ว

สำหรับประเด็นนี้ทางชมรม กรุงปารีส แซงต์-แชร์กแมง ไม่ได้ออกมาให้ความคิดเห็นแต่อย่างใด เพราะว่าถือได้ว่าเรื่องส่วนบุคคลของตัวนักเตะเองที่จะจำต้องดูแลตนเองนอกเหนือจากเวลาฝึกฝน และก็คือเรื่องของวินัยส่วนตัวที่จะจำต้องให้ความสำคัญกับสภาพร่างกายก่อนการแข่ง แม้กระนั้นเชื่อเลยว่าแฟนบอลของกลุ่มที่รู้ข่าวควรต้องไม่ชอบใจอย่างแน่นอน

คลิปหลุดพาโชคไม่ดี! คอนติดอยู่เคฟแบน 3 ปี “รองปธน.” พร้อมสั่งไม่เข้ารอบทั้งสอง

จากกรณีที่ รอนนี บรุนสไวก์ รองประธานาหัวหน้าของประเทศซูริทุ่งนาเม แล้วก็เป็นเจ้าของชมรม อินเตอร์ โมเอนโกตาโพ ส่งตัวเองออกตัวเป็นตัวจริงในศึกคอนค้างเคฟ ลีก รอบเลือกเฟ้น ในเกมที่เจอกับ ซีดี โอลิมเปีย ชมรมจากประเทศฮอนดูรัส

ล่าสุด สมาพันธ์ฟุตบอลอเมริกาเหนือ, อเมริกากึ่งกลาง แล้วก็แคริบเบียน หรือ คอนค้างเคฟ สั่งลงโทษ บรุนสไวก์ ห้ามยุ่งเกี่ยวกับวงการฟุตบอลเป็นเวลา 3 ปี โดยมีคลิปหลุดสุดโจษจันที่เจ้าตัวนำเงินไปมอบให้กับนักเตะแล้วก็สตาฟฟ์โค้ชทีมคู่ต่อสู้ถึงในห้องแต่งตัวทีมเยี่ยมคือหลักฐานที่ทางสมาพันธ์ฯ รับมิได้ นอกจากนั้น ทั้งคู่ทีมยังโดนปรับไม่เข้ารอบไปทั้งสองอีกด้วย

สำหรับความเป็นมาของรองประธานาหัวหน้าคนนี้จัดว่าน่าสนใจไม่น้อย เพราะว่าก่อนหน้านี้ที่ผ่านมา ชีวิตของเขามีหลายหน้าที่ ตั้งแต่การเป็นนักการเมือง, พลร่ม, โจรปล้นธนาคาร, หัวหน้ากองโจร แล้วก็มีรายงานจากนิวยอร์ก ไทมส์ ว่า เขามีลูกถึง 50 คนร่วมกัน ซึ่งในสมัยก่อนเขาเคยถูกตัดสินว่ามีความผิดฐานลักลอบค้าสิ่งเสพติดในยุโรป แม้กระนั้นก็เป็นผู้สนับสนุนประชาธิปไตยให้เกิดขึ้นในประเทศซูริทุ่งนาเม

ส่วนความเป็นมาในวงการฟุตบอล เขาเป็นผู้มีส่วนสำคัญสำหรับในการสร้างสนามของทีม อินเตอร์ โมเอนโกตาโพ ที่เขาเป็นเจ้าของในปี 2002 หลังจากนั้นในปี 2005 เขาเคยถูกลงโทษแบนในข้อหาใช้ปืนขู่เข็ญนักเตะคนหนึ่งระหว่างชิงชัย แม้กระนั้นในที่สุดไม่มีหลักฐานเอาผิด หลังจากนั้นในปี 2012 เคยถูกแบนจากการแข่งขันชิงชัย เพราะว่าใช้คำกล่าวไม่เหมาะสมกับผู้ตัดสิน

ผีม้าบ้อง จากประสบการณ์ของแม่แล้วก็เพื่อนฝูง โดย การะเกต์ ศรีปริญญาศิลป์

aorest ร้าน พวงหรีด จะมาเล่าของคนเหนือ ตำนาน “ผีม้าบ้อง” มีด้วยกันหลายสำนวน เรื่องที่สุดได้รับความนิยมก็คือ มีชาย 2 คนเป็นเพื่อนรักกัน คุ้นเคยกลมเกลียวพร้อมใจ จนถึงนับถือกันเป็น “เกลอ” ซึ่งโดยทั่วไป คำว่า “เกลอ” นี้ มีความหมายสองอย่าง

1) เรียกเพราะว่าเกิดปีนักษัตรเดียวกัน เช่น ปีไก่ ปีสุนัข หรือถ้าตรงวันตรงเดือน จะยิ่งแน่นแฟ้นเพิ่มขึ้น เพราะว่าถือว่าเกิดขึ้นมาร่วมบุญร่วมภพชาติ

2) คุ้นเคยรักกันจนถึงเสมือนพี่น้อง หากแม้เกิดห่างวันเดือนปี ก็นับเป็นเกลอกันได้

ในยุคสมัยก่อนนู่น เมื่อบ้านที่พักคนเหนือส่วนใหญ่ยังตั้งอยู่ในห้อมล้อมป่าดง ยังไม่มีกระแสไฟฟ้าใช้ ทางด้านเหนือนั้นมีประเพณี “แอ่วสาว-อู้สาว” ซึ่งเป็นการสานสัมพันธ์ความเป็นมิตรระหว่างชายหญิง เป็นเรื่องสามัญในประเพณี

เมื่อบ้านใดมีลูกสาว โตมาเป็นสาวรุ่นกระเตาะ ก็จะมีหนุ่มๆมาแอ่ว (ท่องเที่ยว) หา

สำหรับในการแอ่วนั้น มีข้อตกลงที่รับรู้กันโดยทั่วไปว่า หนุ่มแต่ละคนจะขึ้นแอ่วบ้านใดก็ได้ บางคืนบางครั้งอาจจะไปสองสามบ้าน ถ้าพอใจก็ไปติดๆกันถัดจากนั้น หรือถ้าไม่ชอบใจ ก็ไม่ขึ้นแอ่วเรือนนั้นอีก

ส่วนฝ่ายหญิง ตกยามค่ำแลง ก็จะอาบน้ำทาแป้งแต่งตัว ออกมานั่งรอที่ห้องโถง (ทางด้านเหนือเรียก “เติ๋น”) ข้างบิดามารดาที่รู้จารีตก็จะรีบเข้าห้องนอนเสีย ลงเรือนไปบ้านญาติก่อน เปิดโอกาสให้หนุ่มสาวได้เสวนากันเป็นการส่วนตัว

บิดามารดาคนไหนกันแน่ที่จามๆไอๆอยู่ภายในห้องนอน ไหมยอมลุกออกมาจากห้องนอก ก็จะถูกคราวนินทาว่า เป็นบิดามารดาขี้หวงขี้ขาง ใจคอคับแคบ ส่งผลต่อการพินิจว่าจะเข้าไปเขยกันไหม

แต่ว่าสิ่งสำคัญอย่างหนึ่งสำหรับในการแอ่วอู้ของคู่บ่าวสาว คือการมีระยะห่างที่เหมาะสม การให้เกียรติ ไม่ชุบมือเปิบ ห้ามปากว่ามือถึง ต้องไม่มีการลวนลาม ล่วงละเมิดทางเพศ

ตามจารีตเดิมนั้น เมื่อหนุ่มขึ้นบ้านสาว ก็จะต้องนั่งห่างๆก่อน บ้างจึงจะนั่งใกล้หัวกะไดบ้าง นั่งขอบเติ๋นบ้าง ดูท่าทีว่า เจ้าบ้านเองเต็มใจต้อนรับตนไหม

ถ้าสาวใดพึงพอใจคนมาเยือน ก็จะต้อนรับ ชวนดื่มน้ำกินยาสูบ แต่ว่าถ้าไม่พึงพอใจ ก็มักถามคำตอบคำ และก็อ้างถึงว่าต้องไปนอนแล้ว พอเพียงหนุ่มลงเรือนก็ดับไฟเฉียบพลัน เป็นสัญญาณบอกว่า ไม่ต้องมาอีกแล้ว

ในแต่ละคืน สาวบางบ้านจึงได้ต้อนรับหนุ่มๆหลากหลาย ส่วนหนุ่มบางคน ได้ยินว่าบ้านหลังไหนมีคนงามก็ไปตามแสวงหา บางคืนก็ไปหลายบ้าน ครั้งคราวไปถึงต่างหมู่บ้านก็มี เรียกว่า ออนทัวร์กันเป็นที่เบิกบาน

จะว่าไป ก็เป็นการเลือกคู่ที่เท่าเทียมกันดีทั้งสองฝ่าย เพราะว่าเมื่อยังอยู่ระหว่างแอ่วอู้หากัน ไม่ได้ตกลงเป็นคนรักกัน ก็จะหึงหวงกันไม่ได้

แต่ว่าเมื่อไหร่ที่ตกลงแล้วว่าจะเป็นคนรักกันแล้ว ผู้ชายก็ต้องหยุดการไปแอ่วหาสาวอื่น ส่วนหญิงก็จะไม่รับชายอื่นขึ้นเรือนแล้วเหมือนกัน ถัดจากนั้น การหมั้นหมายจัดแจงแต่งงานก็จะตามมา

กลับมาที่เรื่องผีม้าบ้องในตำนาน ที่อธิบายหัวข้อการแอ่วอู้ของคู่บ่าวสาว เพราะว่าในยุคสมัยนี้ ประเพณีกลุ่มนี้แทบจะหายสาบสูญไปหมดแล้ว ชีวิตในปัจจุบันไม่ใช้ว่าจะง่ายที่คนแปลกหน้าจะเข้าบ้านคนไหน และก็การรอคอยต้อนรับผู้ชายผู้เดียวในบ้าน ก็มีความเสี่ยงต่อการเกิดอาชญากรรม

แต่ว่าในยุคสมัยนู่น ทดลองย้อนกลับไปถึงภาพช่วงเวลากลางคืนมืดดำ มีหนุ่มๆที่อกดวงใจไหวเต้น เพราะว่ามีสาวงามคนนั้นคนนี้อยู่ในจินตนาการ การได้ออกมาจากบ้านไปแอ่วสาวย่อมคือความสุขหาใดเสมือน

และก็ในรูปภาพจำเหล่านั้น เรื่องเล่าผีม้าบ้องก็เริ่มจากตรงนี้

เล่าขานสืบต่อกันมาว่า เคยมีหนุ่ม 2 คน สมมุติว่าชื่ออ้ายแก้ว กับอ้ายคำ เป็นเพื่อนกัน เวลาไปแอ่วสาวตรงไหนก็ไปด้วยกัน จนถึงมีช่วงหนึ่ง พอเพียงออกมาจากหมู่บ้านไปได้สักระยะ ใกล้จะถึงทางแยกเข้าป่าละเมาะรกร้าง ถึงที่ตรงนั้นเมื่อไหร่ อ้ายคำก็จะพูดว่า ให้อ้ายแก้วล่วงหน้าไปก่อน แล้วจะตามไป

จากนั้น ก็มีเหตุแบบเดิมเกิดบ่อยๆคือพอเพียงมาถึงที่ดังที่กล่าวถึงมาแล้ว อ้ายคำก็จะขอแยกไปทำธุระก่อน จนถึงอ้ายแก้วนึกสงสัย เพราะว่าเมื่อเลียบเคียงทางบ้านหญิงว่าเพื่อนตนไปแอ่วหาหญิงทางใด ก็ไม่มีใครพบปะสักรายในแถวนั้น

จนถึงวันหนึ่ง เพราะว่าสงสัยจนถึงทนไม่ได้ อ้ายแก้วจึงลอบสะกดรอยตามอ้ายคำ และก็พบว่า…

เมื่อเดินลึกเข้าไปในป่าละเมาะ ท่ามกลางความมืดดำของยามรัตติกาล มีกลิ่นเหม็นเน่าสาบสางโชยมา และก็พอเพียงปรับสายตาคุ้นชินกับความมืดดำทีละเล็กทีละน้อยก็ได้เห็น…

อ้ายคำกำลังแลบลิ้นเลียดื่มน้ำเลือดน้ำหนองจากซากหัวกะโหลกหัวควายอยู่

เมื่อเห็นโดยเหตุนั้น อ้ายแก้วก็ตระหนกตกใจมากมาย วันถัดมาจึงไปขอความเห็นกับครูบาอาจารย์ว่า อ้ายคำถูกผีพรายเข้าสิงหรือไร

ปู่จารย์กลับแนะนำว่า ถ้าอยากจะว่าอะไรเป็นอะไร ให้เอาพริกไปทากะโหลกหัวควายไว้ แล้วให้เอาไข่ไก่เสกติดตัวไป ถ้าหากว่าถูกคนไหนไล่ ให้โยนไข่ให้เขาครั้งละฟอง แล้วรีบเข้าเรือน เมื่อถึงเรือน ให้ชูกะไดบ้านแปลงสลับหัวด้านล่างเสีย

หมายเหตุอีกนิดว่า ในบ้านเรือนคนภาคเหนือสมัยก่อน มักยกพื้นสูงไม่มากมาย เพื่อคุ้มครองปกป้องเสือสางเข้าบ้าน ตกค่ำคืนก็จะนิยมชักกะไดเก็บกัน

และก็แล้ว เหตุลำดับถัดมาก็คือ เมื่ออ้ายคำเข้าไปกินซากหัวควาย ก็เจอความเผ็ดรุนแรงอย่างคาดไม่ถึง พอเพียงเผ่นกระโดดออกมาก็เจอกับอ้ายแก้วที่ยืนตกตะลึงอยู่ ข้างอ้ายแก้วไม่รอช้า รีบออกวิ่งในทันที

อ้ายแก้ววิ่งจนถึงสุดฝีเท้า แต่ว่าราวอ้ายคำเป็นอีกคนหนึ่งไปแล้ว ตาแดงเป็นแสงไฟ วิ่งไล่ตามมาติดๆนึกได้ถึงคำอาจารย์ว่า อ้ายแก้วจึงรีบคว้าไข่ไก่ในย่ามตะพายโยนใส่

ปรากฏว่า พอเพียงไข่ตกถึงพื้น อ้ายคำก็ถลาลงไปกอบไข่ดิบกินอย่างตะกระ กินหมดก็ผุดยืนขึ้นและก็กระโจนเข้าไล่ต่อ อ้ายแก้วเห็นโดยเหตุนั้นจึงโยนไข่ให้เป็นระยะๆทำให้เสียเวลาจนถึงเข้าถึงบ้านตัวเอง

เมื่อกระโจนขึ้นบนบ้านแล้ว อ้ายแก้วไม่รอช้า รีบชักบันไดขึ้นกลับหัวเสีย แล้วขึ้นไปหลบซ่อนอยู่ในเรือน มองผ่านความมืดดำลงมา เห็นอ้ายคำร้อนรนขุ่นเคือง เดินวนรอบเรือน พลางพูดย้ำๆว่า

“บ้านใช่ บันไดไม่ใช่”

“บ้านใช่ บันไดไม่ใช่”

แต่ว่า บริเวณใบหน้าและก็หัวเป็นของอ้ายคำ แต่ว่าลำตัวเป็นม้า

ตกเช้า ที่ลานดินรอบบ้าน ก็ปรากฏเป็นเช่นรอยเท้าม้าย่ำห้อมล้อม และก็พอเพียงรวบรวมสติได้ อ้ายแก้วก็รีบไปบอกญาติ พากันไปยังบ้านอ้ายคำ

ถึงตรงนี้ บางสำนวนก็เล่าว่า ได้เจออ้ายคำตายแปลงเป็นศพอยู่บนที่พักผ่อน น้ำลายฟูมปากจากการกินไข่คาถาอาคมเข้าไป แต่ว่าบางสำนวนก็ว่า เห็นเป็นม้าคำย่อมๆตายอยู่ในเรือนนั้น

สำหรับที่บ้านพวกเรานั้น เรื่องของผีม้าบ้องก็ยอดเยี่ยมในนิทานที่เล่าต่อจากรุ่นสู่รุ่น เวลาตกกึ่งกลางค่ำค่ำคืน สมัยที่บันไดยึดติดถาวรแล้ว ก็ยังมีคำอบรมสั่งสอนว่า ระวังจะลงไปเจอผีม้าบ้องซุ่มอยู่

และก็ว่ากันว่า ผีม้าบ้องยังชอบออกมาเที่ยวเล่นในคืนเดือนดับและก็เดือนออก (เดือนเพ็ญ) และก็ถ้าได้พบเจออย่าได้ทักถามพูดจา ไม่งั้นจะถูกทำร้ายได้

สิ่งที่น่าสนใจก็คือ ตอนยังเด็กๆนั้น คุณพ่อและก็รวมทั้งคุณแม่ก็เล่าตำนานเรื่องผีม้าบ้องนี้ให้ฟังอยู่ พลางว่าเป็นเรื่องที่เขาเล่าต่อกันมา แต่ แม่กับยายมีประสบการณ์ได้เจอผีม้าบ้องด้วยตัวเอง !

แม่เล่าว่า ขณะที่แม่เป็นสาว สมัยนั้นหมู่บ้านยังไม่มีกระแสไฟฟ้าใช้ แถบแถวหมู่บ้านพวกเรานั้นผู้คนยังนิยมนำมาปลูกต้นฝ้ายปั่นเอาด้าย และก็ใช้นุ่นมายัดหมอน ยัดเบาะนอน ในบางคืนจึงจะไปช่วยกันเป็นกลุ่มๆตามบ้านเพื่อน

มีคืนหนึ่ง แม่นัดเพื่อนว่าจะไปช่วยกันปั่นด้าย (ปัจจุบันนี้ ที่ตั้งของบ้านหลังนั้นก็ยังอยู่) แม่เล่าว่า เป็นคืนเดือนเพ็ญ ฟ้าแจ้งแน่ชัด แสงจันทร์ดูดี แม่ออกมาจากบ้านที่อยู่กับยาย เดินขึ้นไปตามถนนหนทางผู้เดียว เพราะว่าแม่ไม่ใช่คนกลัวผีสางอะไร

แต่ว่าช่วงเวลาที่เดินไปได้สักกลางทางใกล้ถึงบ้านเพื่อน ก็ได้ยินเสียงฝีเท้าม้า เสมือนมีม้ากำลังควบมาทางด้านหลัง แต่ว่าพอเพียงเหลียวดูข้างหลัง ก็มองไม่เห็นอะไรสักอย่าง

แม่รู้สึกว่าตัวเองบางครั้งอาจจะหูฝาด จึงออกเดินต่อ และจากนั้นก็ได้ยินเสียงเสมือนม้าควบมาจากด้านหน้าอีก แต่ว่าพิศดูไป ก็ไม่มีอะไรบนถนนหนทาง

จนถึงสักพักหนึ่งก็ถึงบ้านเพื่อน แต่ว่าฉับพลัน ขณะกำลังจะเดินเข้าประตูเข้าออกบ้าน ก็ได้ยินเสียงควบม้าอีก แล้วมีกระแสลมปะทะตัวแม่ เสมือนมีสิ่งใดสิ่งหนึ่งผ่านตัวไป

แม่ว่า โน่นคือตอนที่แม่คิดได้อย่างเดียวว่า โน่นน่าจะเป็นผีม้าบ้อง เพราะว่าลำพังได้ยินแต่ว่าเสียงก็ยังว่าตัวเองบางครั้งอาจจะหูฝาดได้ แต่ว่ากระแสลมอุ่นๆและก็การเจอสัมผัสในระยะชิด ที่ผ่านแผ่นหลังแม่ไป แม่ว่า ด้วยสติสัมปชัญญะครบถ้วนบริบูรณ์ สิ่งนั้นปราศจากตัวตน แต่ว่ามีอยู่จริง

แม่ได้เล่าเรื่องให้เพื่อนๆฟังในคืนนั้น และก็ถัดจากนั้นก็กลับมาเล่าให้ยายฟังที่บ้าน ยายบอกแม่ว่า อย่าฉงนใจไปเลย โน่นคือผีม้าบ้อง และก็ยายก็เจอเห็นตัวเป็นๆมาแล้ว

แม่ถามว่า ยายเห็นผีม้าบ้องแบบไหน ยายพูดว่า มันเป็นม้าคำย่อมๆครั้งคราวก็จะมาเดินอยู่กึ่งกลางข่วงบ้าน

อย่างไรก็ตาม ประสบการณ์เรื่องเล่าจากแม่และก็ยาย ก็ยังมองเป็นเรื่องดึกดำบรรพ์ เพราะว่าผ่านมาหลายสิบปี นานเหลือเกิน แต่ว่าที่น่าสนใจก็คือ เมื่อตอนอายุสัก 20 กว่านี้เอง ฉันกับคู่หูคนหนึ่ง ชื่อเล็ก เคยเปิดร้านขายสินค้ากิฟท์ช็อปด้วยกัน ที่ อ.ฝาง จังหวัดจังหวัดเชียงใหม่

ในคืนแรกก่อนที่จะเปิดร้าน หรือคืนสุดท้ายของการเตรียมพร้อมข้าวของในร้านค้า พวกเราปฏิบัติงานกันอยู่สองคนยากจนดึกดื่น

ร้านค้าที่พวกเราไปเปิดกิจการเวลานี้ สถานที่เป็นห้องไม้ชั้นเดี่ยวให้เช่า ข้างหน้าเป็นประตูบานเฟี้ยม อยู่ใกล้กับถนนหนทาง ถ้าเปิดประตูกว้าง ก็จะมองทะลุตลอดร้านค้าได้

ช่วงเวลาที่กำลังจัดของกันโค้งสุดท้าย เป็นเวลาสักราวใกล้ๆเที่ยงคืนได้ ในปีนั้นแถบแถวนั้นก็ถือว่ายังเป็นบ้านนอกอยู่มากมาย เพียงแค่ 3-4 ทุ่ม ผู้คนก็ปิดบ้านนอนกันหมดแล้ว

แล้ว…เล็กก็ได้ยินเสียงม้าวิ่งควบอยู่ภายนอก เสมือนมีม้าหลุดออกมากึ่งกลางถนนหนทาง แต่ว่าความที่มันดึกมากๆแล้ว และก็พอเพียงชะโงกหัวมองไป ก็ไม่มีสิ่งใดเลย ตลอดสองฟากทางว่างเปล่า

และก็ที่น่ามหัศจรรย์คือ ฉันเองก็จัดของอยู่ด้วยกัน กลับไม่ได้ยินอะไรสักอย่าง

หัวข้อนี้ เล็กก็ยังจำได้จนถึงทุกวันนี้ และก็รับรองว่า ได้ยินเสียงม้าเด่นชัดเต็มสองหู ซึ่งในตอนนั้นเมื่อเล็กบอกให้ฟัง ฉันก็ระลึกถึงในทันทีว่า มันบางครั้งอาจจะเป็น “ผีม้าบ้อง”

อ๋อ! พอเพียงมาเขียนเล่าย้อนหลังถึงแม่กับยาย ก็ทำให้ระลึกถึงได้อีกอย่างว่า การที่พี่สาวเคยได้เห็นม้าตัวหนึ่งขึ้นมาเดินอยู่บนบ้านในคืนที่ยายตาย (เล่าไว้ในตอนก่อนหน้า) จะเกี่ยวอะไรกันไหมนะ หรือว่า ผีม้าบ้องจะมาส่องมองศพยาย

ไม่เอาความ! ยูฟ่า ตัดสินใจยุติการฟ้อง 3 ยักษ์ใหญ่กรณีแอบก่อตั้งซูเปอร์ลีก

สหพันธ์ฟุตบอลยุโรป (ยูฟ่า) ได้ออกแถลงการณ์ว่าพวกเขาได้กระทำการถอนฟ้อง บาร์เซโลน่า, ยูเวนเหม็นตุส และ เรอัล มาดริด เป็นที่เป็นระเบียบเรียบร้อยแล้ว ทำให้อีกทั้ง 3 สมาพันธ์ดังของทวีปยุโรปจะไม่ถูกลงโทษใดๆจากพฤติกรรมก่อนหน้านี้ที่ผ่านมา

โดยอีกทั้ง บาร์เซโลน่า, ยูเวนเหม็นตุส และ เรอัล มาดริด อยู่ในกรุ๊ป 12 ทีมดังของทวีปยุโรปที่เคยประกาศว่าจะแยกตัวออกจากรายการระดับทวีปของ ยูฟ่า เพื่อไปจัดรายการใหม่คุ้นเคยที่ชื่อว่า ยูโรเปี้ยน ซูเปอร์ลีก โดยที่จะยังลงเล่นเกมลีกภายในประเทศต่อไป แต่ในที่สุดก็โดนค้านจากหลายฝ่ายอย่างรุนแรงกระทั่งกลายเป็นข่าวสารดังไปทั่วแวดวงลูกหนัง

ท้ายที่สุดแล้วเกือบทุกทีมก็ถอนตัวจากโปรเจ็กต์ดังที่กล่าวมาแล้ว เหลือเพียง บาร์เซโลน่า, ยูเวนเหม็นตุส และ เรอัล มาดริด ที่ยังคงยืนกรานว่าจะเดินหน้าแผนงานนั้นต่อไป ซึ่งมันก็ทำให้ ยูฟ่า ข่มขู่ว่าจะทำงานตามกฎหมายกับพวกเขา โดยช่วงแรกมีกล่าวว่าอีกทั้ง 3 ทีมนั้นบางทีก็อาจจะโดนแบนจากการลงเล่นศึก ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ด้วย แต่เมื่อตอนพ.ค. ก่อนหน้านี้ที่ผ่านมา ได้มีการชะลอการร้องทุกข์เอาไว้ก่อน รวมทั้งสั่งหยุดการเก็บเงินค่าปรับของอีก 9 สมาพันธ์ที่เหลือ จนกระทั่งล่าสุด ยูฟ่า ก็บอกเองว่ายกเลิกแผนที่จะฟ้องร้องอีกทั้ง 3 ทีมดังแล้ว

“ภายหลังที่มีการพักการเดินเรื่องกับ บาร์เซโลน่า, ยูเวนเหม็นตุส และ เรอัล มาดริด ในหัวข้อเกี่ยวกับการที่พวกเขาบางทีก็อาจจะฝ่าฝืนกฎของ ยูฟ่า ในเรื่องที่เกี่ยวกับการไปจัดรายการ ซูเปอร์ลีก แต่ก่อนหน้านี้นั้น วันนี้ทางคณะกรรมการด้านการอุทธรณ์ของ ยูฟ่า ก็ได้ตัดสินใจว่าการทำงานทั้งหมดทุกอย่างก่อนหน้านี้ที่ผ่านมาจะถือเป็นโมฆะ เหมือนกับว่าการเดินเรื่องไม่เคยิดเกิดขึ้นตั้งแต่ตอนแรก” แถลงการณ์ของ ยูฟ่า ระบุ

สำหรับต้นเหตุที่เรื่องดังที่กล่าวมาแล้วมาถึงผลสรุปที่เป็นความแพ้ของยูฟ่า เหตุเพราะก่อนหน้านี้ที่ผ่านมา ศาลกรุงมาดริด ประเทศสเปน วินิจฉัยว่ายูฟ่าไม่มีอำนาจในการยั้งการเกิดซูเปอร์ลีก เนื่องจากขัดกับกฎหมายการค้าเสรีของสหภาพยุโรป หรือ อียู นั่นเอง

เคลื่อนไหวทันที! “โค้ชซิโก้” โพสต์หลังฝ่ายจัดประกาศ วี-ลีก ฤดูกาล 2021 เป็นโมฆะ

แปลงเป็นหัวข้อใหญ่ในวงการลูกหนังเวียดนาม เมื่อฝ่ายจัดการแข่งขัน บอล วี-ลีก เวียดนาม ได้ออกมาประกาศเลิกการแข่งขันที่เหลือทั้งปวง เพราะเหตุว่าเหตุการณ์วัววิด-19 ที่แพร่ระบาดในประเทศ เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 23 เดือนกันยายน ก่อนหน้านี้

อย่างไรก็ตามที่ประชุมลงความเห็นว่าให้จัดว่าการแข่งขันในช่วงฤดูกาล 2021 เป็นโมฆะ ไม่มีการมอบแชมป์ให้กับ ฮองอันห์ยาลาย และให้จัดว่าไม่มีทีมที่ได้แชมป์ และไม่มีทีมตกชั้น รวมถึงไม่มีทีมจากดิวิชั่นที่ต่ำกว่าได้สิทธิ์เลื่อนชั้นขึ้นมาด้วยเหมือนกัน แม้จะแข่งขันกันไปแล้ว 12 นัดก็ตาม

โดยข้างจัดคิดว่า ฮองอันห์ยาลาย ทีมนำจ่าฝูงที่มี 29 คะแนน ยังคงมีแต้มที่มิได้ทิ้งขาดจากทีมอันดับ 2 อย่าง เวียตเทล ที่มี 26 คะแนน เพียง 3 แต้มเพียงแค่นั้น และยังเหลือโปรแกรมการแข่งขันในช่วงสเตจแรก 1 เกม และสเตจที่ 2 อีก 5 เกม

ซึ่งล่าสุด “สิหรูหรา” เกียรติ เสนาเมือง ผู้ฝึกสอนคนไทย ที่เป็นคนทำให้สมาคมฮองอันห์ยาลาย ผงาดนำจ่าฝูงได้ออกมาโพสต์ข้อความเป็นภาษาเวียดนาม ผ่านอินสตาเอ็งรมว่า “ไม่เป็นไร ฉันยังอยู่ตรงนี้อีกนาน” แสดงถึงความเอาจริงเอาจังที่จะพาทีมประสบความสำเร็จให้ได้ในอนาคตข้างหลังยังเหลือคำสัญญาคุมทีมอีก 1 ปี

ในช่วงเวลาที่ในเรื่องของโควตาสมาคมบอลถ้วยทวีปเอเชียอีกทั้งรายการ เอเอฟซี แชมเปี้ยนส์ลีก และ เอเอฟซี คัพ ในช่วงฤดูกาล 2022 ทางข้างจัดยังมิได้สรุปว่าจะให้สิทธิ์กับสมาคมไหนเข้าร่วมการแข่งขัน แม้กระนั้นถ้าเกิดยึดตามอันดับคะแนนล่าสุด ฮองอันห์ยาลาย จะได้สิทธิ์เพราะเหตุว่าผ่านการคาดการณ์ในเรื่องของคลับ ไลเซนซิ่ง

สำหรับ “ผู้จัดการทีมฟุตบอลจอมตีลังกา” เกียรติ เสนาเมือง สมัยเป็นนักเตะเคยบินมาค้าหน้าแข้งกับสมาคมที่นี้ในช่วงปี 2002-2006 ได้แชมป์วีลีก 2 สมัย และ แชมป์เวียดนามซูปเปอร์คัพ 2 สมัย นอกจากนั้นยังเคยคุมกองทัพ ฮอง อันห์ ยาลาย มาแล้ว 2 ครั้งในปี 2006 และ ปี 2010 อีกด้วย

วิกฤติขั้นสุด! EFL ตัด ดาร์บี้ เคาน์ตี้ 12 แต้ม ข้างหลังทีมส่อล้มละลาย

ข่าวด่วนของวงการลูกหนังดินแดนผู้ดี เมื่อ บอลลีกอังกฤษ ตัดแต้ม ดาร์บี้ 12 คะแนน และตั้งทีมงานฟื้นฟูกิจการ หลังสมาคมส่อล้มละลาย

จากสมัยก่อนที่เคยโลดแล่นในลีกสูงสุดของอังกฤษ ถึงขั้นเป็นแชมป์ 2 ยุค ในตอนทศวรรษที่ 70 ปัจจุบัน ดาร์บี้ เคาน์ตี้ สมาคมในเดอะ แชมเปี้ยนชิพ หรือระดับ tier 2 ของอังกฤษ มีอันจำเป็นต้องเข้าสู่กระบวนการฟื้นฟูกิจการ และโดนบอลลีกอังกฤษ (EFL) หัก 12 แต้ม หลังจากขาดทุนราว 20 ล้านปอนด์ (910 ล้านบาท) ในตอนวิกฤติ COVID-19

ซึ่งทาง EFL ได้มีการแต่งตั้ง แอนดรูว์ ฮอสกิ้ง, คาร์ล แจ็คสัน และ แอนดรูว์ อันโดรนิคู 3 ผู้อำนวยการบริหารจากบริษัทที่ปรึกษาธุรกิจ Quantuma เข้ากระทำฟื้นฟูกิจการ

ฮอสกิ้ง พูดว่า “เราอยู่ในขั้นเริ่มต้นของการวัดช่องทางที่มีให้กับสมาคม และจะชวนผู้มีส่วนเกี่ยวเนื่องเข้ามา จุดหมายเร่งด่วนของเราคือ ทำให้แน่ใจว่าสมาคมจะสามารถลงเตะครบตามโปรแกรมใน เดอะ แชมเปี้ยนชิพ ฤดูกาลนี้ และแม้ลุ่มที่พึงพอใจปกป้องสมาคมและบุคลากรของสมาคม”

โดยสมาคม ดาร์บี้ ได้ประกาศว่าจะเข้ารับการฟื้นฟูกิจการเมื่อวันศุกร์ก่อนหน้านี้ที่ผ่านมา ซึ่ง เมล มอร์ริส ผู้ครอบครองสมาคมได้ใช้เวลา 2 วันสำหรับในการเสวนากับนักฟุตบอลและสต๊าฟฟ์ ที่ช่วงนี้ความยั่งยืนและมั่นคงในงานของพวกเขาเริ่มไม่แน่นอน และหลังจากที่โดนตัด 12 แต้ม ก็ทำให้ ดาร์บี้ ภายใต้การควบคุมทีมของ เวย์น รูนี่ย์ สมัยก่อนกัปตันทีมชาติอังกฤษ อยู่อันดับในที่สุดของตาราง ด้วยคะแนน -2

เวลาเดียวกัน เทรเวอร์ เบิร์ช ผู้บริหารระดับสูงของ EFL พูดว่าได้มี “การปรึกษาเชิงสร้างสรรค์” กับ Quantuma แล้ว ซึ่งทาง Quantuma ได้อุตสาหะหาทางแก้ไขที่เหมาะสมและจำเป็นต้องในการช่วยเหลือสมาคม ให้หาทางออกมาจากการหมดตัว

“ผมทราบดีว่านี่คือตอนที่ท้าและน่าห่วงสำหรับทุกคนที่เกี่ยวเนื่องกับสมาคม โดยเฉพาะกับข้าราชการและแฟนบอล เป็นความตั้งอกตั้งใจของเราที่จะทำงานเชิงรุกกับผู้ดูแลฟื้นฟูกิจการ และทุกฝ่ายที่เกี่ยวเนื่อง โดยมีเป้าหมายเพื่อรักษาอนาคตระยะยาวที่เป็นได้สำหรับ ดาร์บี้ เคาน์ตี้” เทรเวอร์ เบิร์ช กล่าว

ไม่เบาๆความเอ็กซ์! “ไรท์” ลำแข้งสาวไร้ขึ้นอยู่กับลงรูปยั่วใจให้ตามไป OnlyFans

ภายหลังถูกสมาพันธ์ ชาร์ลตัน แอธเลตำหนิก กลุ่มหญิง ประกาศแยกทางเพราะว่าการกระทำที่ไม่เป็นมืออาชีพ จนกระทั่งทำให้เธอต้องหันมาทำอาชีพขัดตาทัพด้วยการเปิด OnlyFans (โอนลีแฟนส์)

ช่วงตกงาน! “ไรท์” แข้งสาวผู้ดีเปิด OnlyFans ให้แฟนคลับได้ฟินแบบ 18+
ล่าสุด แมเดลีน ไรท์ แข้งสาวสุดสะบึมก็ยังไม่เบาๆความชวนมอง ด้วยการปล่อยของโดยตลอด ซึ่งขณะนี้เธอกำลังพักอยู่ที่มาร์เบยา เมืองติดสมุทรที่มีชื่อเสียงว่าเป็นเยี่ยมในสถานที่เที่ยวยอดฮิตที่สุดแห่งหนึ่งของประเทศสเปน

โดย ไรท์ วัย 23 ปี ได้ลงรูปในชุดราตรีลูกไม้สีขาวเว้าสูงเปิดเผยให้เห็นเรียวขาสุดแน่นตามแบบฉบับนักฟุตบอลหญิง รวมไปถึงชุดใส่สำหรับว่ายน้ำบิกินี่สีดำ เรียกผู้กระทำดหัวใจและก็คอมเมนต์จากแฟนคลับในอินสตาเอ็งรม madelene_wright ที่มีผู้ติดตามร่วม 2.7 แสนได้อย่างแออัด

สำหรับ OnlyFans คือเว็บไซต์ยอดนิยมที่ต้องโอนเงินให้เจ้าของช่องเพียงแค่นั้นถึงจะเข้าถึงเนื้อหาภายในได้ ซึ่งเป็นที่ทราบกันดีอยู่แล้วว่าเกือบจะทั้งหมดของเว็บไซต์ OnlyFans จะเป็นรูปและก็คลิปในระดับ 18+ ทั้งมวล โดย ไรท์ เรียกเก็บค่าสนับสนุนจากคนที่อยากดูความสวยของเธออยู่ที่เดือนละ 33 ปอนด์ หรือราว 1,500 บาท

อย่างไรก็ดี ไรท์ เองก็ไม่ได้ทอดทิ้งความฝันในการเป็นแม่เนื้อนุ่ม เมื่อเธอยังรับรองว่าอยากหาสมาพันธ์ใหม่เพื่อค้าแข้งถัดไป โดยมี มิลล์วอลล์ ต้นสังกัดแรกของเธอยุคเป็นดาวรุ่งที่มีความสนใจอยู่นั่นเอง