ดิเอโก ซิเมโอเน : อดีตแข้งแบดบอยปลุก แอตฯ มาดริด สู่ทีมเบอร์ 1 สเปนได้อย่างไร ?

แอตเลติโก มาดริด แปลงเป็นแชมป์ของ ลา ลีกา สเปน ในฤดูกาล 2020-21 ได้อย่างยิ่งใหญ่ ด้วยการก้าวพ้นจากเงาของ บาร์เซโลนา แล้วก็ เรอัล มาดริด เป็นครั้งแรกในรอบ 7 ปี แล้วก็ผู้ที่พาทีม ยี่ห้อหมี วิ่งชนการบรรลุเป้าหมายยังเป็นที่ปรึกษาคนเดิมอย่าง ดิเอโก ซิเมโอเน

เฮดโค้ชชาวอาร์เจนไตน์คนนี้ คือผู้ที่ได้รับค่าแรงงานสูงที่สุดในโลก ยิ่งกว่า เป๊ป กวาร์ดิโอลา หรือแม้แต่ เยอร์เก้น คล็อปป์ … จากฐานเงินเดือนนั้นพวกเราจะตามไปดูกันว่า ซิเมโอเน ทำอะไรที่อยู่ในแต่ละวัน แล้วก็เขาทำให้ทีมที่เคยเป็นได้แค่ตัวตัดแต้มใน ลา ลีก้า แปลงเป็นแชมเปี้ยน 2 ยุคได้เช่นไร ?

พวกเราห้าว…แล้วก็ห้าวกับทุกเรื่อง

ยุคที่ ดิเอโก ซิเมโอเน ยังเป็นนักฟุตบอล เขาคือมิดฟิลด์สายฮาร์ดแมนคนหนึ่ง สไตล์การเล่นดุเดือด พยายามทำลายเกมรุกคู่ปรับ แล้วก็ปฏิบัติภารกิจเป็นขุมพลังแดนกึ่งกลางของทีม ไม่ว่าจะเป็นตอนที่เขาเล่นให้กับ อินเตอร์ มิลาน, ลาซิโอ หรือ แอตฯ มาดริด
นักฟุตบอลจากค้างแร็คเตอร์ดังที่ได้กล่าวมาแล้วข้างต้นชอบเป็นผู้ที่ควบคุมยาก มีความเชื่อในแบบของตัวเอง หรืออาจจะเป็นไปได้ว่าจะมีพฤติกรรมแปลกๆที่ไม่ค่อยยอมคนใดกันแน่ พวกเขาถูกเห็นว่ามีความเป็นแบดบอยจากสไตล์การเล่นในสนาม … แล้วก็ดูเหมือนกับว่า ซิเมโอเน ก็เป็นคนประเภทนั้น

เบื้องต้นของ ซิเมโอเน เป็นผู้ที่ไม่อ้อมค้อมก ชอบบอกในอะไรบางอย่างที่อาจจะไม่ถูกหูบางบุคคล แล้วก็โน่นคือทางของเขาโน่นคือ “เชื่อถือในแนวคิด และไม่สนข้อคิดเห็น” ความตรงไปตรงมานี้เองได้ส่งทอดมาถึงวันที่เขาแปลงสถานะจากนักฟุตบอลมาเป็นที่ปรึกษา ซิเมโอเน ไม่เคยปล่อยให้คนใดกันแน่ใหญ่มากยิ่งกว่าเขา ไม่ว่าลูกทีมจะใหญ่มาเบอร์ไหนเขาไม่สนเลยสักนิด พูดอีกนัยหนึ่งนักฟุตบอลคนนั้นจะไม่ได้รับความเชื่อใจจากเขาแน่ ถ้านักฟุตบอลคนนั้นไม่แสดงความเป็นมืออาชีพออกมา

ซิเมโอเน เริ่มอาชีพที่ปรึกษาในลีกอาร์เจนตินาภูมิลำเนา ซึ่งในลีกบอลอเมริกาใต้นั้นทุกคนเข้าใจกันดี นักฟุตบอลยังมิได้มีความเข้มข้นทางวินัยมากมายเหมือนกับในระดับลีกใหญ่ๆของยุโรป พวกเราชอบได้ยินเรื่องเล่าของกลุ่มนักฟุตบอลจากบราซิล, อาร์เจนตินา แล้วก็ชาติต่างๆในละแวกนี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกลุ่มนักฟุตบอลอายุเยอะแยะที่เคยประสบความสำเร็จมาแล้ว แล้วก็ย้ายกลับมาเล่นยังภูมิลำเนา พวกเขาชอบไม่ค่อยเชื่อในกฎแล้วก็สิ่งที่ไม่อนุญาตของชมรม

ยังไงสิ?! “เอ็มบัปเป” เปิดเผยเสนอคำถามกับตัวเองแต่ละวันว่า “เปแอสเช ใช่จริงเหรอ?”

คีเลียน เอ็มบัปเป ซูเปอร์วันเดอร์คิดชาวประเทศฝรั่งเศส ออกมายอมรับตามตรงว่า ตั้งปัญหาให้กับตัวเองวันแล้ววันเล่าว่า “กรุงปารีส แซงต์-แชร์กแมง คือสโมสรที่ดีสุดสำหรับเขาแล้วจริงเหรอ?”

“สำหรับเรื่องของอนาคต ผมไม่มีความจำเป็นที่ต้องรีบเลย แค่บากบั่นเลือกทำในสิ่งที่ถูกต้องมากมายสุดให้ได้ก่อนคือพอ แน่ๆว่ามันยาก แม้กระนั้นถ้ามีอะไรที่ทำให้เติบโตขึ้นได้ทั้งยังในทางชีวิตแล้วก็จิตใจ ผมจะคว้าไว้โดยทันที” เอ็มบัปเป กล่าวกับ France Football


“กรุงปารีส แซงต์-แชร์กแมง เป็นสโมสรบอลที่ทำให้ผมรู้สึกได้จริงๆว่าถูกใจชีวิตเดี๋ยวนี้ของตัวเองมากมาย ทุกสิ่งทุกอย่างเหมาะสมที่สุดไปหมด แม้กระนั้นผมยังสงสัยแล้วก็ตั้งปัญหาอยู่วันแล้ววันเล่าว่า ตรงนี้คือดีสุดส่วนตัวเราแล้วจริงๆน่ะเหรอ?”

“บอกก่อนนะว่าผมเองก็ยังไม่ได้คำตอบกับเรื่องนี้เช่นกัน แม้กระนั้นที่แน่นอนก็คือ สโมสรแห่งนี้วางโปรเจ็คต์อนาคตเอาไว้เด่นชัดงดงามมากมาย แล้วก็การที่ผมเลือกอยู่ต่อหรือย้ายออก จะสร้างความไม่เหมือนให้กับแผนงานนี้อย่างมหาศาลจนแทบจะเป็นคนละเรื่องเลย”

“อย่างไรก็ตาม ทั้งยังกุนซือแล้วก็ฝ่ายบริหารต่างทราบกันดีอยู่แล้วว่าผมรู้สึกเช่นไร แม้จะยังไม่เคยบอกอะไรเลย แม้กระนั้นพวกเขาผู้คนจำนวนมากเคยเป็นนักเตะอาชีพ ก็เลยรับรู้ได้เองอัตโนมัติ”

“การจะก้าวขึ้นเป็นนักเตะที่เก่งสุดในโลก คุณจำต้องออกไปพิสูจน์ตัวเองบนเวทีที่ใหญ่กว่านี้ สำคัญคือต้องเป็นผู้ชนะที่ใสสะอาดแล้วก็แสดงให้เห็นถึงคลาสอันสูงส่งอย่างแท้จริงอีกด้วย”

ไม่เคยลืม! “กุนโดกัน” มอบเงิน 11 ลบ. ให้ทีมสมัยเด็กไปสร้างสนามใหม่

อิลคาย กุนโดกัน มิดฟิลด์กลุ่มชาติเยอรมนีของ “เรือใบสีฟ้า” แมนเชสเตอร์ ซิตี้ มอบเงินโบนัสที่ได้จากต้นสังกัด กรณีการคว้าชัยชนะพรีเมียร์ลีก อังกฤษ ฤดูกาลปัจจุบัน ให้กับสมาคมในวัยเด็กที่ถิ่นกำเนิด

ตามข่าวกล่าวว่า จอมบุกวัย 30 ปี ได้มอบเงินให้กับ เฮสส์เลอร์ 06 สมาคมท้องถิ่นในเมืองเกลเซนเคียร์เชน ปริมาณ 300,000 ยูโร หรือกว่า 11 ล้านบาท เพื่อนำไปสร้างสนามฟุตบอลที่ใหม่ของกลุ่ม
สำหรับกุนโดกันเกิดแล้วก็โตที่เยอรมนี โดยมีเชื้อสายตุรกีจากฝั่งปู่ เริ่มเล่นบอลกับ เฮสส์เลอร์ 06 ตั้งแต่ 3-8 ขวบ ก่อนที่จะโดน ชาลเก้ 04 ดึงไปปั้น 1 ปี แล้วกลับมาอยู่กับ เฮสส์เลอร์ 06 ต่อจนถึงอายุ 14 ปีแล้วต่อจากนั้นเจ้าตัวได้ประเดิมเกมอาชีพนัดแรกกับ โบคุ่ม แล้วจึงย้ายไปสร้างชื่อ เนิร์นกางร์ก, โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ กระทั่งมาอยู่กับ แมนฯ ซิตี้ ตั้งแต่ปี 2016

โชเซ มูรินโญ ผู้จัดการทีมฟุตบอลจอมถือตัวของ อาแอส โรม่า

โชเซ มูรินโญ ผู้จัดการทีมฟุตบอลจอมเย่อหยิ่งของ อาแอส โรม่า กล่าวว่าความพ่ายแพ้ของ ท็อตแน่ม ฮอตสเปอร์ ต่อ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ในนัดหมายชิงแชมป์ ติดอยู่ราบาว คัพ นับว่าตนคว้ามาได้ครึ่งแชมป์

มูรินโญ เข้ามารับงานเป็นผู้จัดการทีมฟุตบอล ท็อตแน่ม ฮอตสเปอร์ ในช่วงปลายปี 2019 แต่ดำเนินงานได้เพียง 18 เดือนก็ถูกไล่ออกจากตำแหน่ง

ผู้จัดการทีมฟุตบอลชาวโปรตุๆกีสถูกปลดเพียงไม่กี่วันก่อนใกล้จะถึงนัดหมายชิงแชมป์ ติดอยู่ราบาว คัพ กับ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ซึ่งท้ายที่สุดจบด้วยการที่ สเปอร์ส แพ้ไป 0-1

ล่าสุด มูรินโญ กล่าวว่า “หากคุณต้องการให้ผมแสดงความแน่ใจ ก็ทดลองถามดูสิว่าผมคว้ามาแล้วกี่แชมป์ตลอดอาชีพผู้จัดการทีมฟุตบอล”

“ผมจะตอบคุณว่า ผมคว้ามาแล้ว 25 แชมป์ครึ่ง ครึ่งแชมป์ที่ว่าคือสำหรับนัดหมายชิงฯที่ผมพลาดกับ ท็อตแน่ม ฮอตสเปอร์ ไปนั่นแหละ”

ลาซิโอ คว้า “ซาร์รี” นั่งผู้จัดการทีมคนใหม่

ลาซิโอ ได้กุนซือใหม่แล้วด้วยการดึง เมาริซิโอ ซาร์รี อดีตกุนซือของ ยูเวนตุส เข้ามารับตำแหน่ง พร้อมมอบคำสัญญายาว 2 ปี

ลาซิโอ เปิดตัว เมาริซิ ซาร์รี กุนซืคนใหม่ โดยมีการเซ็นสัญญาคุมกลุ่มช่วงเวลาสองปีกันไปเป็นระเบียบเรียบร้อยแล้ว

กุนซือวัย 62 ปีย้ายมาอยู่กับ ลาซิโอ ให้ข้างหลัง ซิโมเน อินซากี ออกมาจากตำแหน่งเพื่อไปรับงานคุม อินเตอร์ มิลาน ต่อจาก อันโตนิโอ คอนเต้

ซาร์รี ตกงานมานับตั้งแต่โดน ยูเวนตุส ให้ออกจากตำแหน่งในสิงหาคม 2020 จากที่ตกรอบ 16 กลุ่มสุดท้ายในแชมเปียนส์ลีก

ก่อนหน้านั้น ซาร์รี ผ่านการควบคุมมาหลายสมาพันธ์ในลีกล่างๆก่อนที่จะก้าวขึ้นมาสู่เซเรีย อาด้วยการพา เอ็มโปลี เลื่อนชั้นในปี 2014 หลังจากนั้นก็ช่วยให้กลุ่มรอดพ้นจากการตกชั้นจนทำให้เขาได้คุม นาโปลี

เขาพาให้ นาโปลี มีลุ้นแชมป์ลีกในฤดูกาลแรกที่คุมแล้วก็หวุดหวิดจะได้แชมป์ในฤดูกาล 2017-18 แต่โดน ยูเวนตุส เบียดครองแชมป์ไปเพียง 4 แต้มแค่นั้น

สุดท้าย ซาร์รี เก็บเครื่องใช้ย้ายไปคุม เชลซี ในซัมเมอร์นั้นแล้วก็พาทีมจบในชั้น 3 ของตารางรวมถึงครองแชมป์ยูโรปาลีก

ผู้ฝึกสอนชาวอิตาลีลงเอยด้วยการย้ายกลับสู่อิตาลีเพื่อคุม “ม้าลาย” แล้วก็ครองแชมป์เซเรีย อา สำเร็จ รวมถึงเข้าชิงโคปาอิตาเลีย

5 ดาวรุ่ง” น่าสังเกตในยูโร 2020 คราวนี้

ประเทศชั้นนำของยุโรปกำลังอยู่ระหว่างการจัดเตรียมขั้นท้ายสุดก่อนที่จะทัวร์นาเมนต์ ยูโร 2020 จะเริ่มขึ้นในวันที่ 11 เดือนมิถุนายน

นี่จะเป็นอีกหนึ่งการแข่งขันชิงชัยที่แออัดไปด้วยผู้เล่นชื่อดังมากจากนานาประการลีกทั่วทั้งทวีป แล้วก็เชื่อได้เลยว่าแต่ละคนต่างก็จะพยายามกันอย่างมากเพื่อนำการบรรลุเป้าหมายมาสู่ชาติของตนเอง

เว้นแต่เหล่าผู้เล่นระดับสตาร์และชอบมีผู้เล่นดาวรุ่งหลายชิ้นที่สร้างชื่อได้จากทัวร์นาเมนต์ระดับประเทศแบบนี้

ซึ่งในยูโร 2020 ที่กำลังจะออกเดินทางมาถึง พวกเราจึงขอจับมาสัก 5 ชื่อให้นักอ่านได้รอคอยเฝ้ายลฝีเท้าของพวกเขากัน ว่าแต่ละคนถ้าหากจะต้องเจอแรงกกดดันทั้งจากคู่ปรับแล้วก็จากผู้เล่นซีเนียร์รอบตัวแล้ว พวกเขาจะเจิดรุ่งเรืองกันได้สักเพียงไหนเชียว?

ฟิล โฟเดน
เหมือนเคย อังกฤษ จะเริ่มการแข่งขันชิงชัยในฐานะตัวเก็งคว้าแชมป์รายการนี้โดยที่ เอ็งเร็ธ เซาธ์เกต มีตัวเลือกในแนวรุกให้เลือกใช้อย่างมากเพื่อหวังจะยุติ 55 ปีแห่งการคอยการบรรลุเป้าหมายในทัวร์นาเมนต์ใหญ่

ฟิล โฟเดน มีฤดูกาลที่ไม่เลวเลยกับ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ เขาจะได้ติดต่อประสานงานกับผู้เล่นที่อยู่ในคลาสเดียวกันอย่าง เจดอน ซานโช แล้วก็ เมสัน เมาต์ ในช่วงเวลาที่มี แฮร์รี เคน คอยรอจบสกอร์ให้อยู่ด้านหน้าน่าจะช่วยยกฐานะฝีเท้าของเขาให้ดีขึ้นไปอีก

โฟเดน เคยได้รับรางวัลผู้เล่นเยี่ยมที่สุดของรายการฟุตบอลโลก U17 เมื่อ 4 ปีกลายมาแล้ว แล้วก็เดี๋ยวนี้เขาก็กำลังเตรียมการสำหรับทัวร์นาเมนต์ใหญ่ทีแรกของตนเอง ภายหลังจากได้ช่องเดบิวต์ทีมชาติไปเมื่อเดือนกันยายนปีกลาย

ตัวรุกวัย 21 ปีทำได้ 2 ประตู จาก 6 นัดหมายที่ลงเล่นในระดับประเทศ โดยทั้ง 2 ลูกเกิดขึ้นในเกมกับไอซ์แลนด์ เมื่อสิ้นปีที่แล้วที่เจ้าตัวโชว์ฟอร์มได้อย่างดียิ่ง


จามาล มูเซียลา
ดาวรุ่งของ บาเยิร์น มิวนิค เป็นตัวแทนของทีมชาติอังกฤษในกลุ่มวัยต่างๆโดยตลอด ก่อนจะเลือกย้ายไปเล่นให้กับเยอรมนีแทน ข้างหลังมีฤดูกาลที่ผ่องใสในบุนเดสลีกา

นักฟุตบอลวัย 18 ปีรายนี้แปลงเป็นผู้เล่นในลีกที่อายุน้อยที่สุดที่ลงเล่นให้กับบาเยิร์น มิวนิค โดยยิงไป 7 ประตูจากทุกรายการแล้วก็มีส่วนช่วยต้นสังกัดปกป้องแชมป์เอาไว้ได้อีกปี

หน้าแข้งวัยทีนคนนี้มีพรสวรรค์ทางด้านเทคนิคแล้วก็ความคล่องตัวเยี่ยม แถมยังสามารถลงเล่นในตำแหน่งที่นานาประการอีกด้วย พวกเราไม่อาจคาดเดาได้ว่า โยอาคิม เลิฟ จะใช้งานเขามากมายน้อยเท่าใด แต่ว่าเชื่อเถอะว่าทั่วทั้งโลกกำลังจับตามองเขาอยู่อย่างแน่นอน


เปดรี
สตาร์คนใหม่อีกรายที่เปิดตัวในระดับประเทศเมื่อช่วงพักเบรกทีมชาติในมี.ค. เปดรี สร้างความคาดหวังไว้อย่างยิ่งข้างหลังแจ้งเกิดได้อย่างเต็มตัวให้กับบาร์เซโลนา

นักฟุตบอลวัย 18 ปีรายนี้ย้ายมาจาก ลาส พัลมาส เมื่อซัมเมอร์ที่แล้ว โดยเขาสามารถก้าวเข้าสู่การเป็นส่วนใดส่วนหนึ่งของสมาพันธ์ที่ใหญ่ที่สุดในโลกได้อย่างสบายๆแบบไม่น่าเชื่อ

เปดรี ไม่เพียงแค่บ่งบอกถึงถึงความสามารถอันอย่างมากมายของเขาแค่นั้น แต่ว่ายังควบคุมเกมด้วยความนิ่งเกินความสามารถชนิดที่ไม่ค่อยเห็นมากสักเท่าไรนักในผู้เล่นวัยเดียวกัน


ไรอัน กราเวนเบิร์ช
ฮอลแลนด์ เตรียมหวนคืนสู่ทัวร์นาเมนต์ใหญ่เป็นครั้งแรกนับจากฟุตบอลโลก 2014 พร้อมทั้งทีมที่แออัดไปด้วยผู้เล่นเลือดใหม่จำนวนไม่น้อยภายใต้การนำของ แฟรงค์ เดอ บัวร์

ไล่ไปตั้งแต่ มัทไธจ์ส เดอ ลิกต์, เฟรงกี เดอ ยอง แล้วก็ล่าสุดกับ ไรอัน กราเวนเบิร์ช หน้าแข้งดาวรุ่งจากอาแจ็กซ์ อัมสเตอร์ดัม ที่ชอบถูกยกไปเปรียบเทียบกับ พอล ป็อกบา อยู่เสมอ ทั้งในแง่ของความแข็งแกร่งของร่างกายแล้วก็ความชำนาญสำหรับเพื่อการเล่นที่นานาประการ

ดาวรุ่งแห่งปีของเอเรดิวิซี ทำไป 3 ประตูแล้วก็ 5 แอสซิสต์จากการลงเล่น 32 นัดหมายในลีกดัตช์ แล้วก็กลายเป็นเป้าสายตาของหายทีมยักษ์ใหญ่ทั่วยุโรป


เดยันคูลูเซฟสกี
หน้าแข้งราคา 35 ล้านยูโรที่ย้ายมาจากอตาลันตาเมื่อซัมเมอร์ที่แล้วเป็นเยี่ยมเรื่องดีๆไม่กี่ประการจากฤดูกาลที่น่าผิดหวังของยูเวนตุๆส

ปีกตัวจี๊ดชาวสวีเดนมีดีกรีเป็นถึงดาวรุ่งเยี่ยมที่สุดของลีกเมื่อฤดูกาลที่แล้วแล้วก็ยังคงรักษาฟอร์มการเล่นของตนเองไว้ได้อย่างสม่ำเสมอจนกระทั่งมาถึงฤดูกาลนี้ เขาทำได้ 7 ประตูจากทุกการแข่งขันชิงชัย โดยหนึ่งในนั้นเป็นการยิงใส่ทีมเก่าในรอบชิงแชมป์วัวปขว้าง อิตาเลีย เสียด้วย

คูลูเซฟสกี เล่นได้นานาประการตำแหน่งในเกมรุก ประกอบกับความขยันแล้วก็เคล็ดลับสำหรับเพื่อการปั้นเกมที่ทำได้ทั้งการเปิดบอลอย่างแม่นยำไปจนถึงการเลี้ยงหลบผู้เล่นแนวรับบ่อยๆ

ไม่ธรรมดา! สื่อเปิดเผย “จอร์จิน่า” หวานใจ “โรนัลโด้” รับสมบัติพัสถานอื้อ

จอร์จิน่า โรดริเกวซ ภรรยาสาวคนสวยของ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ดาวยิงตัวเก่งของ “ม้าลาย” ยูเวนตุส สมาคมดังแห่งศึกกัลโช่ เซเรีย อา อิตาลี ถูก เดอะซัน สื่อจอมแฉของเกาะอังกฤษ เผยว่าเธอมีรายได้จากการโพสต์ภาพลงในโลกโซเชียลผ่านอินสตาแกรม สูงถึง 29,587 ปอนด์ (ราว 1.1 ล้านบาท) ต่อการโฆษณาสินค้า 1 ครั้ง


โดย อินสตาแกรมของแฟนสาวยอดหน้าแข้งซุปตาร์ มียอดผู้ติดตามสูงถึง 14.5 ล้านคน และนับว่าเป็นหนทางสำหรับเพื่อการโปรโมทตัวสินค้าได้อย่างดีเยี่ยม เพราะเหตุว่าทุกโพสต์จะมีแฟนๆมาแห่กดไลค์กันมากมาย

อย่างไรก็ดีมูลค่าดังที่กล่าวมาข้างต้นยังถือได้ว่ารอง ชากิร่า ภรรยาสาวของ หนวดเคราร์ด ปิเก้ ปราการหลัง บาร์เซโลน่า และ วิคตอเรีย ภรรยาของ เดวิด เบ็คแฮม อดีตกาลนักฟุตบอลซูเปอร์สตาร์ แบบมองไม่เห็นฝุ่นผง


สำหรับ คุณแม่วัย 25 ปี กำเนิดและโตที่ประเทศสเปน ซึ่งเธอเคยทำงานด้านแฟชั่น ก่อนคบค้าสมาคมกับหน้าแข้งดัง และมีลูกด้วยกัน 1 คนเมื่อปี 2016 ก่อนหน้านี้ที่ผ่านมาชื่อว่า อลาน่า มาร์ติน่า ยิ่งไปกว่านี้เธอยังรับหน้าที่เป็นแม่เลี้ยงให้กับลูกๆอีก 3 คนของ ดาวยิงเลข 7 แห่งกองทัพฝอยทอง

พวงหรีด ดอกลิลลี่

วันนี้ร้าน aorest ร้านดอกไม้หน้าศพ พวงหรีด จะพาทุกท่านมารู้จัดกับดอกลิลลี่เป็นดอกไม้ที่นิยมนำมาจัดดอกไม้งานศพ โดยเฉพาะชาติตะวันตกจะนิยมนำดอกไม้ชนิดนี้มาจัดเป็นพวงหรีดหรือวางไว้บนโลงศพมากที่สุด เพราะดอกลิลลี่สื่อถึงความสดใสร่าเริงและความบริสุทธิ์ จึงเชื่อกันว่าหากนำมาประดับไว้ในงานศพนอกจากจะเป็นการส่งผู้ล่วงลับไปสู่ภพภูมิที่ดีอย่างไร้มลทินและช่วยรักษาหรือฟื้นฟูจิตวิญญาณให้กับผู้วายชนม์ อีกทั้งยังช่วยผ่อนคลายหรือบรรเทาบรรยากาศอันโศกเศร้าภายในงาน

OnThisDay 6 มิถุนายน 2015 : “เทรบ​เบิ้ลแชมป์” อีกที ของบาร์เซโลน่า

ฤดูกาล 2008/09 บาร์เซโลน่า ในสมัยของ เป๊ป กวาร์ดิโอล่า สร้างประวัติศาสตร์เป็นสโมสรแรกของประเทศสเปน ที่คว้า 3 แชมป์หลักด้านในฤดูกาลเดียวกัน ทั้งลาลีกา, โคปา เดล เรย์ แล้วก็ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก

การคว้า 3 แชมป์ใหญ่ในซีซั่นเดียว ไม่ใช่เรื่องที่ทำกันได้ง่ายๆแต่บาร์ซ่าก็สามารถทำ “เทรบเบิล” ได้เป็นครั้งที่ 2 ภายใต้การควบคุมทีมของ หลุยส์ เอ็นริเก้ อดีตกาลนักฟุตบอลบาร์ซ่า ที่เคยเป็นเพื่อนร่วมทีมของเป๊ปนั่นเอง

ในช่วงฤดูกาล 2014/15 เอ็นริเก้ เข้ามาคุมทีมบาร์ซ่าเป็นฤดูกาลแรก แล้วก็ได้เสริมกองทัพดาวยิงโด่งดังอย่างหลุยส์ ซัวเรซ เข้ามาผนึกกำลังเกมรุกกับเนย์มาร์ แล้วก็ลิโอเนล เมสซี่ ในนามของ 3 ผสานแนวรุกรหัสลับ “MSN”
บาร์เซโลน่า กับซีซั่นแรกของเอ็นริเก้ การันตีได้แชมป์ลาลีกาก่อนลงเตะนัดในที่สุด แล้วก็ได้แชมป์โคขว้าง เดล เรย์ ด้วยเอาชนะแอธเลว่ากล่าวก ใบเสร็จรับเงินเบา แล้วก็ยังมีลุ้นแชมป์ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีกอีกด้วย


6 มิถุนายน 2015 บาร์เซโลน่า ลงเล่นนัดชิงแชมป์แชมเปี้ยนส์ ลีก เจอกับยูเวนเหม็นตุส จากอิตาลี ที่สนามโอลิมปิก สเตเดี้ยม ในกรุงเบอร์ลิน ประเทศเยอรมนี เพื่อหวังสร้างประวัติศาสตร์ “เทรบเบิลแชมป์” อีกที

อิวาน ราคิว่ากล่าวช ยิงให้บาร์เซโลน่านำไปก่อนตั้งแต่ 4 นาทีแรก แต่ในตอนช่วงหลัง อัลบาโร่ โมราต้า ตีเสมอให้ยูเวนเหม็นตุส ก่อนที่ซัวเรซ จะยิงขึ้นนำให้บาร์ซ่าอีกที แล้วก็เนย์มาร์ ก็ทำแต้มจบท้ายให้บาร์เซโลน่า เอาชนะยูเวนเหม็นตุส 3 – 1
บาร์เซโลน่า ได้แชมป์ยุโรปถ้วยใหญ่เป็นสมัยที่ 5 แล้วก็เป็นการคว้า 3 แชมป์ใหญ่ เท่ากันกับเป๊ป กวาร์ดิโอล่า เมื่อ 6 ปีก่อน หน้านั้น สร้างประวัติศาสตร์เป็นสโมสรแรกของทวีปยุโรป ที่คว้า “เทรบเบิลแชมป์” ได้ถึง 2 ที


แน่ๆว่า คนที่มีส่วนสำคัญกับความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่ในช่วงฤดูกาล 2014/15 นั่นเป็น 3 แนวรุก “MSN” ที่ยิงประตูรวมกันถึง 122 ประตู รวมทุกรายการ (เมสซี่ 58 ประตู, ซัวเรซ 25 ประตู, เนย์มาร์ 39 ประตู)

ในช่วงฤดูกาลต่อมา (2015/16) 3 แนวรุก “MSN” ยังคงยิงประตูถล่มทลายต่อเนื่อง โดยยิงได้รวมกัน 131 ประตู พาทีมป้องกันแชมป์ลาลีกา แล้วก็โคปาเดล เรย์ รวมทั้งได้แชมป์สแปนิช ซูเปอร์ คัพ, ยูฟ่า ซูเปอร์ คัพ แล้วก็สมาคมสหพันธ์ฟุตบอลระหว่างชาติ คลับ เวิลด์ คัพอีกด้วย

บันทึกฉบับร่างอัตโนมัติ

ทุกๆครั้งสำหรับเพื่อการแข่งขันฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติยุโรป นอกเหนือจากตำแหน่งแชมเปี้ยนแล้ว “ดาวซัลโวสูงสุด” ก็เป็นอีกหนึ่งรางวัลที่แฟนบอลคนไม่ใช่น้อยสนใจสูงที่สุดhttps://www.producthunt.com/@lovepoker168

โดยในศึกยูโร 2020 ที่กำลังจะเริ่มต้นนี้ จำเป็นต้องพูดว่ามีซูเปอร์สตาร์หลายรายที่ได้โอกาสครอบครองรางวัลแห่งเกียรตินี้ไปครอบครอง วันนี้เราจึงต้องการพานักอ่านทุกคนลองไปดูกันว่าในแต่ละกลุ่มพอเพียงจะมีผู้ใดกันแน่ที่เข้าตากันบ้าง

กลุ่ม A


อิตาลี : หัวหอกอย่าง ชิโร อิมโมบิเล ของลาสิโอดูจะได้โอกาสอยู่พอสมควร เหมือนกันกับ ลอเรนโซ อินสิเญ ดาวยิงจากที่นาโปลีที่ยิงถล่มทลายในซีซั่นก่อนหน้านี้ที่ผ่านมา
ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ : ปีนี้มีดาวยิงอย่าง ฮาริส เซเฟโรวิช ที่ยิงไปถึง 26 ประตูให้กับเบนฟิกาเป็นตัวความมุ่งมาด แต่ว่าก็อย่าลืมว่า เชอร์ดาน ชากิรี ของลิเวอร์พูลเองก็ชอบทำได้ดิบได้ดีสำหรับเพื่อการรับใช้ชาติเหมือนกัน
ประเทศตุรกี : อาจจำเป็นต้องจับตาไปที่ 2 หัวหอกจากลีลล์ กลุ่มแชมป์ลีกสูงสุดของฝรั่งเศสฤดูกาลล่าสุดอย่าง ยูซุฟ ยาสิซี ที่ทำไป 14 ประตูและก็ บูรัค ยิลมาซ ดาวยิงรุ่นเก๋าวัย 35 ปีที่ยิงไป 18 ลูกตลอดซีซั่นก่อนหน้านี้ที่ผ่านมา
เวลส์ : คงจะเป็นผู้ใดกันแน่ไปไม่ได้นอกเหนือจากความมุ่งมาดอันสูงสุดของประเทศอย่าง มึงเร็ธ เบล ที่ฟอร์มดูเหมือนจะเร่าร้อนขึ้นมาเล็กน้อย ภายหลังท็อตแน่ม ฮ็อตสเปอร์ แยกทางกับ โชเซ มูรินโญ เมื่อต้นปีก่อนหน้านี้ที่ผ่านมา

กลุ่ม B


เบลเยียม : ปีนี้อาจจำเป็นต้องสังเกตไปที่ โรเมลู ลูกาเรา ที่ระเบิดฟอร์มเก่งกับอินเตอร์ มิลาน เป็นขั้นแรก แต่ว่าก็ยังมีรายอื่นที่มีลุ้นอย่าง ดรีส์ เมอร์เทน หรือแม้แต่ คริสเตียน เบนเตเก ที่ฟอร์มดีกับคริสตัล พาเลซ ในปีนี้
เดนมาร์ก : จำเป็นต้องพูดว่าปีนี้ดูเหมือนจะไม่มีสตาร์ที่ฟอร์มเปรี้ยงปร้างโดดเด่น แต่ว่าสำหรับสองหัวหอกอย่าง ยุสซุฟ โพลเซน จากแอร์เบ ไลป์สิกข์ และก็ ติดอยู่สเปอร์ ดอลเบิร์ก จากนีซ ก็พอเพียงจะเป็นตัวความมุ่งมาดสำหรับเพื่อการกระหน่ำประตูได้อยู่บ้าง หรือเปล่าแน่ คริสเตียน เอริกเซน ดาวยิงสูงสุดประจำกลุ่มบางครั้งก็อาจจะคืนฟอร์มเก่งหามกลุ่มในยูโรคราวนี้ก็เป็นไปได้
ประเทศฟินแลนด์ : น่าสังเกต 2 หัวหอกจาก เดอะ แชมเปียนชิพ ที่พาทีมเลื่อนชั้นมาเล่นในลีกสูงสุดฤดูกาลหน้าอย่าง ตีมู ปุกกี ที่ยิงให้นอริช สิตี้ ไปถึง 26 ประตู และก็ มาร์คัส ฟอร์สส์ ที่ซัดไป 10 ประตูพาเบรนต์ฟอร์ดขึ้นสู่พรีเมียร์ลีกเป็นครั้งแรกได้สำเร็จ
รัสเซีย : ยังคงจำเป็นต้องหวังพึ่งหัวหอกรุ่นเก๋าอย่าง อาร์เต็ม ซูบา ที่ยิงให้เซนิตฯ ไป 22 ประตูในปีให้หลัง แม้กระนั้น พอเพียงจะมีหน้าใหม่อย่าง อเล็กซานเดร โซโบเลฟ ที่ทำผลงานได้ดิบได้ดีกับสปาร์ตัก มอสโก รวมถึง 2 ผู้เล่นคนสำคัญอย่าง อเล็ก ไม่รันชุค จากอตาลันตา และก็ อเล็กซานเดอร์ โกโลวิน ของโมนาโก ที่จะละสายตาไปไม่ได้เหมือนกัน

กลุ่ม C


เนเธอร์แลนด์ : ปีนี้จำเป็นต้องพูดว่า ฮอลแลนด์ มีดาวยิงฝีเท้าดีมากมายอีกทั้ง เมมฟิส เดปาย ตัวความมุ่งมาดลำดับแรกๆ, ดอนเยลล์ มาเลน หัวหอกจากพีเอสวีฯ, สตีเฟน เบิร์กฮุยส์ กองหน้าจากเฟเยนูร์ด และก็ วูท เวกฮอร์สต์ ดาวยิงจากโอ้อวดล์ฟสบวร์ก
ออสเตรีย : ตัวความมุ่งมาดในดินแดนหน้าปีนี้คงจะเป็น ซาซา ติดอยู่ลาจ์ดสิช หัวหอกเนื้อหอมจากสเหม็นตุตการ์ทที่ยิงไปถึง 17 ประตูในซีซั่นก่อน รวมถึงมีตัวรุกอย่าง คริสโคนฟ บวมการ์ทเนอร์ และก็ มาร์แซล ซาบิตเซอร์ ซึ่งสามารถฟากผีฝากไข้เอาไว้ได้ในยูโรคราวนี้
ยูเครน : กลุ่มของ “เชว่า” ปีนี้มี 3 ผสานที่น่ากลัวอย่าง โรมัน ยาเรมชุค ดาวยิงจากเกนท์ที่ยิงไปถึง 23 ประตูในลีกเบลเยียม, รัสลาน มาลินอฟสกี ตัวรุกจากอตาลันตา และก็ที่ขาดไม่ได้เลยคือ วิคโคนร์ ทซีกานคอฟ สตาร์เนื้อหอมจากดินาโม เคียฟ นั่นเอง
มาสิโดเนียเหนือ : กลุ่มเล็กๆนอกสายตากลุ่มนี้มีหัวหอกรุ่นเก๋าที่โด่งดังในกัลโช เซเรีย อา อย่าง โกรัน ปานเดฟ ที่หากแม้ตอนนี้ในวัย 37 ปี แต่ว่าก็ยังคงค้าหน้าแข้งในระดับท็อปกับเจนัว แถมยังยิงประตูได้อย่างสม่ำเสมออีกต่างหาก

กลุ่ม D


อังกฤษ : แน่นอนว่าดาวยิงลำดับแรกๆอาจจำเป็นต้องฝากความมุ่งมาดไว้ที่ แฮร์รี เคน ก่อนเพื่อน และก็มาลุ้นกับฟอร์มเหล่าบรรดาตัวรุกอย่าง มาร์คัส แรชฟอร์ด, เจดอน ซานโช, ราฮีม สเตอร์ลิง รวมถึง แจ็ค กรีลิช หรือแม้แต่หัวหอกอย่าง โดมินิค คัลเวิร์ต-เลวิน เองก็พอเพียงจะมีลุ้นอยู่บ้างเช่นเดียวกันถ้าหากสามารถชนะใจ มึงเร็ธ เซาธ์เกต และก็ยึดตำแหน่งตัวจริงมาครอบครองได้
โครเอเชีย : รองแชมป์โลกครั้งล่าสุดยังคงใช้หัวหอกหน้าเก่าๆหลายรายในกลุ่มชุดนี้ นำโดย อังเดร ครามาริช จากฮอฟเฟนไฮม์, อันเต เรบิช ตัวรุกจากเอซี มิลาน และก็ นิโกลา วลาสิช จากซีเอสเคเอ มอสโก เป็นตัวความมุ่งมาดในศึกยูโรปีนี้
สกอตแลนด์ : น้องใหม่หน้าเก่านำกองทัพโดย เช อดัมส์ กองหน้าจากเซาธ์แฮมป์ตันเป็นตัวชูโรง
สาธารณรัฐเช็ก : 2 ตัวรุกที่น่าจับตาในปีนี้คือ แพทริก ชิก จากเลเวอร์คูเซน และก็ดาวรุ่งมาแรงอย่าง อดัมส์ ฮาโลเซค ของสปาร์ตา ปราก ที่กลายเป็นข่าวสารกับกลุ่มยักษ์ใหญ่หลายทีมในตอนซัมเมอร์นี้

กลุ่ม E


ประเทศสเปน : กองทัพกระทิงดุมีหัวหอกตัวเป้าอยู่ 2 คนในกลุ่มชุดนี้คือ อัลบาโร โมราตา จากยูเวนเหม็นตุส และก็ หนวดเคราร์ด โมเรโน ดาวยิงจากบียาร์เรอัล แชมป์ยูโรปา ลีก กลุ่มล่าสุด ส่วนที่เหลือจะเป็นตัวรุกเสียส่วนมาก ที่พอเพียงจะเป็นได้ก็ยกตัวอย่างเช่น เฟร์รัน โคนร์เรส จากแมนฯ ซิตี้, ไม่เกล โอยาร์ซาบัล จากเรอัล โซเซียดาด, เปดรี จากบาร์เซโลนา และก็ ดานี โอลโม จากแอร์เบ ไลป์สิกข์
ประเทศโปแลนด์ : จะเป็นผู้ใดกันแน่ไปไม่ได้นอกเสียจากหัวหอกระดับเทพอย่าง โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี ดาวยิงสูงสุดประจำกลุ่ม รวมถึง อาร์คาดิอุสซ์ ไม่ลิก จากโอลิมปิก มาร์กเซย
ประเทศสวีเดน : หากแม้ในปีนี้จะไม่มีหัวหอกตัวหามอย่าง ซลาตัน อิบราฮิโมวิช มาด้วย แต่ว่าพวกเขามีดาวรุ่งเลือดใหม่ที่น่าสนใจอย่าง อเล็กซานเดอร์ อิซัก ดาวยิงจากเรอัล โซเซียดาด และก็ จอร์แดน ลาร์สสัน จาก สปาร์ตัก มอสโก รวมถึงมีตัวรุกมีชื่อเสียงอีกทั้ง เอมิล ฟอร์สเบิร์ก ของแอร์เบ ไลป์สิกข์ และก็ เดจนถึง คูลูเซฟสกี ของยูเวนเหม็นตุสเป็นกำลังหลักอีกด้วย
สโลวาเกีย : เป็นชุดถ่ายเลือดใหม่เกือบทั้งหมดโดยมีตัวความมุ่งมาดในดินแดนหน้าคือ อิวาน แก่นซ์ จากยาโบลเนช และก็ ออนเดรจ์ ดูดา จากเอฟซี โคโลญจน์

กลุ่ม F


ฝรั่งเศส : 2 ตัวความมุ่งมาดอย่าง อ็องตวน กรีซมันน์ ที่มีดีกรีเป็นถึงดาวซัลโวครั้งที่แล้ว และก็แน่นอน คิเลียน เอ็มบัปเป ยอดกองหน้าจากปารีส แซงต์-แชร์กแมง แม้กระนั้น พวกเขายังมี ติดอยู่ขอบ เบนเซมา และก็ วิสเซม เบน เยดแดร์ ที่ได้โอกาสกระหน่ำประตูในศึกยูโรคราวนี้ได้เหมือนกัน
เยอรมนี : บรรดาตัวรุกของกองทัพอินทรีเหล็กในปีนี้จัดว่าเปลี่ยนไปพอสมควรโดยมี ทิโม แวร์เนอร์ และก็ เควิน โฟลลันด์ เป็นทางเลือกในตำแหน่งลำดับที่ 9 ส่วนตัวรุกคนอื่นๆที่น่าสนใจก็มี โธมัส มุลเลอร์, แซร์จ กนาบรี, ลีรอย ซาเน 3 หน้าแข้งจากบาเยิร์น มิวนิค และก็ ไค ฮาแวร์ตซ์ ที่เริ่มฉายแววกับเชลซีได้ในช่วงหลัง
ประเทศโปรตุเกส : แน่นอนผู้ที่มีลุ้นสูงที่สุดก็คือ คริสเตียโน โรนัลโด ดาวยิงสูงสุดในรายการนี้ รวมถึง อังเดร สิลวา กองหน้าฟอร์มแรงจากแฟรงค์เฟิร์ต, ดิโอโก โชต้า จากลิเวอร์พูล รวมถึงน้องใหม่ไฟแรงจากสปอร์ติง ลิสบอน อย่าง เปโดร กอนซัลเวส ก็น่าติดตามไม่น้อยเหมือนกัน
ฮังการี : นำโดยหัวหอกรุ่นเก๋าอย่าง อดัม ซาไล เป็นตัวความมุ่งมาดพร้อมกับกองหน้ารุ่นน้องอย่าง โรแลนด์ ซัลไล ที่น่าจะมีผลงานช่วยกลุ่มได้บ้างในศึกยูโร 2020 นี้